มองแนวโน้มราคาทองวันนี้ถึงอนาคตจากนโยบายการเงินและวิกฤตการณ์เศรษฐกิจปี 2556

gold-price-11เศรษฐกิจการเงินของโลกได้เปลี่ยนแปลงไปจากยุคที่ทองคำทำหน้าที่เป็นมาตรฐานของเงินตราในอดีตมาสู่ยุคปัจจุบันที่ทองคำเป็นสินทรัพย์เสี่ยงที่ทำหน้าที่บางส่วนใกล้เงินตรา   แม้ทองคำจะมีความมีน่าเชื่อถือกว่าเงินตรากระดาษที่กำลังท่วมโลก การหวนกลับคืนของระบบมาตรฐานทองคำยังเป็นเรื่องที่ไกลเกินความจริง การสิ้นสุดของระบบมาตรฐานทองคำทำให้เงินกระดาษกลายเป็นมาตรฐานของการเงินโลกยุคปัจจุบัน มิใช่เพราะเงินกระดาษดอลลาร์ทำหน้าที่ได้ดีกว่าทองคำ หากเป็นเพราะการปรับค่าของเงินสหรัฐให้น่าเชื่อถือเท่าทองคำจะทำให้เศรษฐกิจที่อ่อนแออยู่แล้วยิ่งไปไม่รอด ปรากฏการณ์เงินท่วมโลกจึงยังเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตว่าประเทศเหล่านี้จะบริหารสภาพคล่องอย่างไรและจะสามารถรับสภาพที่อัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตได้หรือไม่

การดำเนินนโยบายการเงินขยายตัวอย่างรุนแรงทั้งในสหรัฐและประเทศอื่นๆ ที่พยายามรักษาค่าเงินของตนตามค่าเงินดอลลาร์จึงทำให้ราคาของสินค้าที่ไม่มีปัญหากำลังการผลิตล้นเกินตลอดทั้งราคาทองคำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตามไปด้วย สภาพคล่องที่ระบายออกมาอย่างมหาศาลส่งผลให้เงินตรามีค่าตกต่ำลงเมื่อเทียบกับทองคำจนกระทั่งมีคำถามว่าทองคำจะเป็นทางเลือกที่สำคัญที่มีราคาคุ้มค่าแก่การถือครองเพื่อปกป้องการเสื่อมค่าของเงินฝากหรือไม่

ในการปฏิรูประบบสถาบันการเงินโลก ธนาคารเพื่อสถาบันการเงินระหว่างประเทศ หรือบีไอเอส มีการกำหนดมาตรฐานใหม่ภายหลังจากที่เกิดวิกฤตขึ้นเรียกว่า Basel 3 กรอบการปฏิรูปนี้ต้องการให้สถาบันการเงินมีกองทุนที่เพียงพอมากขึ้นโดยยอมให้ทองคำยกระดับชั้นมาจัดอยู่ในกองทุนขั้นที่หนึ่ง กล่าวคือมีค่าเท่าเงินตราได้ ซึ่งสถานะของทองคำที่จะสูงขึ้นส่งผลให้มีการคาดคะเนว่าเมื่อมีการบังคับใช้มาตรฐานนี้แล้ว ราคาทองคำก็จะสูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน  อย่างไรก็ตาม ความอ่อนแอของสถาบันการเงินในปัจจุบันทำให้การปฏิบัติตาม Basel 3 ต้องเลื่อนออกไปอีกหลายปี ความต้องการลงทุนในทองคำเพื่อเก็งกำไรจากมาตรฐานใหม่จึงอ่อนลงและเมื่อมีสัญญาณการฟื้นตัวมากขึ้นในสหรัฐ ราคาทองคำจึงกลับลดลงและคาดกันว่าจะลดลงต่อไปอีก  โดยพื้นฐาน ราคาทองวันนี้ย่อมสะท้อนภาวะดุลยภาพของอุปสงค์และอุปทานของทองคำ แต่ก็ไม่เหมือนสินค้าทั่วไปในแง่ที่ทองคำนั้นเป็นทั้งสินค้าและเป็นทั้งสินทรัพย์เสี่ยงที่สะสมมูลค่าได้เป็นอย่างดี ความต้องการจึงมีทั้งส่วนที่ใช้เป็นเครื่องประดับหรือสินค้าทางอุตสาหกรรมและส่วนที่มาจากความต้องการทางด้านการลงทุนทางการเงิน  ส่วนที่เป็นความต้องการเพื่อการลงทุนนี้มีความแปรปรวนมากตามข่าวสารการคาดคะเนต่างๆ และมีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 35-45 ของอุปสงค์ทั้งหมด

ดังนั้น ความแปรปรวนของราคาทองวันนี้จึงได้รับอิทธิพลอย่างสำคัญจากข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการเงินและภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ สำหรับด้านอุปทาน ประมาณร้อยละ 70 มาจากการผลิตของเหมือง ที่เหลือมาจากการนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งข้อมูลด้านอุปทานนี้ก็ส่งสัญญาณให้นักลงทุนมีความตื่นตัวเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาได้ไม่น้อยทีเดียว   ในการทำนายราคาทองคำในอนาคต ความไม่แน่นอนมักมาจากความต้องการเพื่อการลงทุนซึ่งต้องอาศัยการอ่านเกมของนโยบายการเงินและจังหวะเวลาของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจรวมทั้งราคาสินทรัพย์ทางการเงินประเภทอื่น เช่นหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นคู่แข่งของทองคำด้วย